ข้อควรระวังของการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน

หากไม่นับโรคมะเร็ง ต้องบอกว่า โรคเบาหวานนี้คือ ยมทูตอีกตัวหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยไปเยอะมาก แถมความน่ากลัวของมันก็คือ มันสามารถส่งต่อไปยังญาติพี่น้องได้อีกด้วย ใครมีพี่น้องเป็นเบาหวานโอกาสจะเป็นสูงมาก อีกทั้งพอเป็นเบาหวานแล้วเหมือนเปิดประตูให้โรคภัยอื่นเข้ามาเป็นซ้ำอีกด้วย ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องระวังเป็นพิเศษ มีอะไรต้องเป็นห่วงบ้าง

แผลแม้เพียงเล็กน้อย

เบาหวานไม่ได้อันตรายแค่ตัวโรคเท่านั้น แต่การเป็นเบาหวานอาจจะทำให้เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ อย่างเช่น แผลถลอก หรือ แผลสด ห้ามเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานเด็ดขาด เพราะมันอาจจะทำให้แผลลุกลาม ติดเชื้อ ที่สำคัญแผลไม่ยอมแห้งจนต้องตัดเนื้อ หรือ อวัยวะส่วนนั้นทิ้งไปก็ได้ ดังนั้นเวลาผู้ป่วยเบาหวานจะไปไหนต้องดูแลให้ดี รองเท้าใส่ให้มิดชิด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ตรวจเช็คระดับน้ำตาล

ผู้ป่วยเบาหวานมีสิ่งหนึ่งต้องทำอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือ การตรวจเช็คระดับน้ำตาลในตัวเองว่าอยู่ในระดับที่แพทย์ควบคุมไว้หรือไม่ อย่าให้น้อยหรือมากเกินไปเด็ดขาด ไม่งั้นผู้ป่วยเบาหวานจะออกอาการทันที ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง จนทำให้ร่างกายขาดน้ำเป็นลมได้

สภาพจิตใจ

โรคเบาหวานเป็นภาวะความผิดปกติอย่างหนึ่ง ที่โอกาสหายขาดไม่มี รวมถึงอาจจะนำไปสู่ความผิดปกติอื่นอย่าง ความดัน เข้ามาเกี่ยวด้วย ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานหลายคนมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่กว่าเดิม อาจจะเครียด กลัว ตกใจ จนทำให้เกิดอาการซึมเศร้าขึ้นมาอีก ดังนั้นผู้ดูแลจึงต้องหมั่นอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ ยอมรับ และอยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุข

ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากของผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากการได้ออกกำลังกายจะได้ลดระดับความเครียดของผู้ป่วยลงได้ ความเหนื่อยล้าจะทำให้ผู้ป่วยหลับสบายตามเกณฑ์กำหนด(วันละ 7-8 ชั่วโมง) นอกจากนั้นจะทำให้น้ำหนักตัวไม่ขึ้นไปมาก ทำให้การควบคุมน้ำตาลทำได้ง่ายขึ้น

อาหารการกิน

ผู้ป่วยเบาหวานอะไรเป็นสิ่งที่คุมได้ยากสุด นั่นก็คือ อาหารการกินนั่นเอง คนเป็นเบาหวานส่วนใหญ่หากไม่ใช่ตามพันธุกรรมก็จะเป็นจากอาหารที่กินเข้าไป เมื่อรับรู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวานแล้ว คนดูแลก็ต้องจำกัดอาหารลง เพื่อลดน้ำตาลไม่ให้เข้าสู่ร่างกายมากเกินไป แป้ง น้ำตาล น้ำหวาน ของหวาน ของทอด ของมัน อาจจะต้องลดลง ซึ่งควรจะลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปลดแบบหักดิบจะทำให้ผู้ป่วยเครียดและหาโอกาสแอบไปกินเองแบบเยอะกว่าเดิม ทางที่ดีควรมีโอกาสให้ผู้ป่วยได้ทานบ้าง พอหายอยาก

การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ดูแลต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้เป็นอย่างดี หากไม่เข้าใจหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ