sherwood

โรคร้ายของผู้สูงอายุที่ควรระวัง และการป้องกัน

เป็นธรรมชาติของมนุษย์เรา ยิ่งสูงอายุมากขึ้น ความเสื่อมและโรคภัยไข้เจ็บก็จะเล่นงานร่างายและระบบการทำงานในแต่ละส่วนมากตามไปด้วย ส่วนหนึ่งเพราะเมื่อยังหนุ่มสาว เราใช้ร่างกายในการเคลื่อนไหว ทำงาน ออกแรงในแต่ละวัน โดยที่บางครั้งเราอาจจะหลงลืมที่จะถนอมหรือดูแลมันให้ดีพอ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายก็ไม่ต่างจากเครื่องจักร มีวันชำรุดได้ ถ้าไม่ได้ซ่อมบำรุงให้ดี เรามาลองกันดูว่า โรคของผู้สูงอายุที่นิยมเป็นกันมาก มีอะไรบ้าง แล้วจะป้องกันได้อย่างไรบ้าง

โรคชุด – น่าจะเป็นโรคยอดฮิตที่สุดของคนชรา คือมาเป็นชุด ส่วนมากแล้วได้แก่ เบาหวาน ความดัน หัวใจ ปอด ไต ฯลฯ ที่ต้องเรียกว่าโรคชุด เพราะถ้าเป็นโรคไหนแล้ว ที่เหลือก็จะตามมาเป็นพรวนเลย เช่น ถ้าเป็นเบาหวาน ก็มีโอกาสที่จะเป็นความดันด้วย

โรคเหล่านี้มักเป็นตามอายุ ส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นการใช้ร่างกายที่หนักเกินไป แต่อาการอย่างเบาหวานนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะการบริโภคน้ำตาลหรือของหวานต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก ก็สามารถเป็นตามกรรมพันธุ์ได้เช่นกัน อาการเหล่านี้จึงควรระวังเรื่อง อาหารการกิน ควรเลี่ยงอาหารรสชาติจัด ควรนอนแต่หัวค่ำ เพราะการนอนดึกมากๆก็จะส่งผลต่อการทำงานของตับและไตด้วย

หมอนรองกระดูก – เป็นภัยเงียบสำหรับคนหนุ่มสาวเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานในออฟฟิส หรืออยู่ในท่าที่ต้องใช้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ การนั่งทำงานนานๆโดยไม่ได้ออกกำลังหรือบริหารร่างกายที่เหมาะสม หรือใช้ร่างกายหักโหมเกินไป เช่น ก้ม เงย หรือออกกำลังผิดท่วงท่า ไปจนถึงอุบัติเหตุ โดนอะไรกระแทกบ่อยๆ มีสิทธิเป็นโรคนี้ได้ทั้งนั้น ซึ่งความน่ากลัวอยู่ตรงที่ เราไม่รู้เลยว่าอาการจะหนักเมื่อไร ส่วนมากแล้ว หลายคนมักเป็นสะสมมาตั้งแต่อายุน้อยๆ แล้วอาการจะมาออกเอาเมื่อเข้าอายุ 40-50 ไปแล้ว ลักษณะที่พบบ่อยคือ หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือเคลื่อน ซึ่งในรายที่อาการหนัก อาจเสี่ยงต่อการอัมพาต พิการ หรือเสียชีวิตได้เลย

การป้องกันที่พอจะทำได้ ควรทำตั้งแต่ยังมีโอกาส คือออกกำลังและกายบริหารให้เหมาะสม ไม่ควรอยู่ในท่าใดเป็นเวลานานเกินไป หากประสบอุบัติเหตุหรือร่างกายเกิดการกระแทกรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบภายในอย่างละเอียด

ไขข้ออักเสบ เสื่อม – อาการปวดคล้ายๆกับหมอนรองกระดูก แน่นอนว่าตามชื่อเลยคือ เกิดความอักเสบและเสื่อมจากไขข้อซึ่งเป็นส่วนต่อสำคัญของร่างกาย เป็นโรคที่อาจจะเรียกว่าติดตัวผู้สูงอายุจำนวนมาก

การออกกายบริหารอย่างเหมาะสม เป็นประจำ และไม่หักโหมเกินไป ก็พอจะช่วยได้ โดยเฉพาะท่าแกว่งแขนแบบคนจีนที่รณรงค์กันในช่วงหลัง

อัมพฤกษ์ อัมพาต – เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายรวมไปถึงความเสียหายของระบบเส้นประสาทเช่นกัน ซึ่งยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดอย่างแน่ชัด แต่ก็พอจะบรรเทาได้ จากการกระตุ้นระบบเส้นประสาท ทั้งนี้อาการยังคงไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัด แม้ว่าจะมีหลายเคสที่อาการดีขึ้นบ้างโดยไม่ได้ใช้การแพทย์สมัยใหม่ก็ตาม

การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การออกกำลังและกายบริหารอย่างถูกต้อง และระวังในส่วนของการใช้ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทได้

การดูแลผู้ป่วย  ที่บ้านด้วยตนเอง ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  เพราะต้องมีหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง สิ่งแรกๆ นั่นคือ บ้าน ไม่ได้มีสิ่งแวดล้อม หรือเครื่องมือทางการแพทย์ที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับทางโรงพยาบาลเลยแม้สักนิดเดียว และหากต้องมาดูแลผู้ป่วยสูงอายุ  ที่ท่านผ่านร้อน ผ่านหนาวมามากกว่าเรา และแถมไม่ได้ระลึกเลยว่าตนเองเป็นคนป่วย เราควรจะทำอย่างไรได้บ้าง  มาลองวิธีเหล่านี้กันซิค่ะ

ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับประทานยา และอาหารอย่างตรงต่อเวลา  

ในที่นี้หมายความว่า ควรทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ หรือหากผู้ป่วยไม่สามารถทานอาหารมื้อหลักได้ ก็ควรมีมื้อเสริม หรือของว่างที่ไม่หนักเหมือนอาหารจานหลักแต่สามารถอิ่มท้องได้เหมือนกัน  เพื่อช่วยให้ผู้ช่วยมีแรง และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น  สำหรับการทานยา  ควรจะดูแลให้ผู้ป่วยทานยาให้ตรงตามฉลากยา เช่น  ยาทานก่อนอาหาร ควรทานก่อนอาหารอย่างน้อย 30นาที -  1 ชั่วโมง เพราะยาชนิดนี้จะออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเวลาท้องว่างนั่นเอง  หรือยาทานหลังอาหาร มีทั้งแบบทานหลังอาหารทันที และทานหลังอาหารปกติ ซึ่งหากทานหลังอาหารปกติ ให้ทานหลังรับประทานอาหารไม่เกิน 15 นาที  และยาบางประเภทต้องทานร่วมกับอาหารจึงจะออกฤทธิ์ได้ดีก็มี  ดังนั้นเราควรอ่านลากยาให้ชัดเจน และแยกออกมาหรือจัดเตรียมไว้ เพื่อให้ผู้ป่วยสะดวกในการรับประทาน นั่นเอง

elderly-patients

รักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัยและเตียงนอนอยู่เสมอ

เรื่องการรักษาความสะอาดเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้ป่วยสูงอายุส่วนใหญ่จะเสี่ยงต่อการติดเชื่อได้ง่าย ดังนั้น ในการทำความสะอาด ไม่ได้หมายความเพียง การกวาดหยากไย่บนเพดานและพื้นห้องเท่านั้น แต่หมายความรวมถึง การทำความสะอาด ของเฟอร์นิเจอร์  ข้าวของเครื่องใช้ ที่นอน หมอน มุ้ง  ผ้าห่ม หรือ เสื้อผ้า เป็นต้น และรวมถึงการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ โปร่ง โล่ง น่าอยู่อีกด้วย

 ออกกำลังกายเบาๆ ช่วยได้

ผู้ป่วยที่สูงอายุส่วนใหญ่ มักมีความคิดว่า ไม่ชอบเดิน เพราะทำให้ปวดหลัง ปวดขา เดินไม่ไหว แต่หากไม่เดินเลย ต่อไปอาจจะไม่มีโอกาสได้เดินก็ได้ เพราะหากขาหรือแขนที่ไม่ได้ใช้งาน ต่อไปจะยิ่งไม่มีแรง และอาจจะต้องนอนติดบนเตียงตลอดไปก็ได้ ดังนั้น เราควรช่วยออกกำลังกายเป็นเพื่อน  พร้อมกับให้กำลังใจ ไปด้วย  อาจจะเป็นการออกกำลังกายด้วยการเดินสั้นๆ ในบริเวณบ้านก็ได้ แต่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ทุกวัน วันละ 20 นาที เป็นอย่างต่ำ

สุขภาพใจไม่ควรมองข้าม

หากคิดว่าผู้ป่วยต้องการเพียงการรักษาทางร่างกาย ต้องขอบอกไว้ ณ  ที่นี้เลยว่า คุณเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เพราะสิ่งที่เป็นยารักษาที่ที่ดีที่สุดก็คือ ความสบายทางใจนั่นเอง ดังนั้น ครอบครัว และผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ด้วย เพราะบางครั้งผู้ป่วยอาจจะไม่ได้มีอาการหรือความผิดปกติทางร่างกายที่น่ากังวล แต่ยังคงซึมเศร้าและดูเหมือนยังไม่หายสักที นั่นเพราะสุขภาพใจนั่นเอง

malignant tumorในสังคมไทยปัจจุบันนั้นการเป็นอยู่หรือว่าการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันเรื่องฐานะการเงินก็ไม่เหมือนกันต่างมีคนรวยต่างมีคนจนแตกต่างกันออกไปและสิ่งที่ตามมาสำหรับลูกผู้ชายนั้นก็คือ เหล้า เบียร์ บุหรี่ และก็ เรื่องผู้หญิง แล้วรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ตามมากลับการกินเหล้ากินเบียร์หรือสูบบุหรี่นั้นโรคภัยร้ายๆ ต่างๆ แต่ที่เราจะเอามาพูดคุยพูดถึงกันในวันนี้นั้นก็คือ อาการเบื้องต้นของ โรคมะเร็งโรคที่ผู้ป่วยเป็นแล้วไม่รู้สาเหตุ ที่มาจากการสูบบุหรี่ แล้วรู้กันหรือไม่ว่าอาการหรือสาเหตุเบื้องต้นที่ก่อให้การอาการเป็น โรคมะเร็ง มีทั้งหมด 13 ข้อ  malignant tumor1. ระบบการหายใจนั้นมีเสียงที่ดังผสมกับหายใจติดๆ คัดๆ  2. มีอาการที่ไอผิดปกติไอเรื้อรังแถมยังมีอาการเจ็บบริเวณหน้าอกแบบไม่รู้สาเหตุ 3. มีไข้และติดเชื้อจากโรคอื่นๆ ได้ง่าย 4. มีอาการกลืนกินลำบากกินน้ำลายตัวเองบ่อยจำจนทำให้เจ็บคอ 5. มีต่อมน้ำเหลืองที่พองโต บริเวณที่ต้นคออย่างไม่ทราบสาเหตุวิธีสังเกตก็คือจับที่บริเวณต้นคอเหมือนการวัดชีพจร 6.ถ้าหากเลือดออกไหลออกมานั้นบริเวณที่มีจุดฟกช้ำนั้นก็แสดงได้เลยว่าเป็นอาการเบื้องต้นของโรคมะเร็ง 7. มี อาการปวดท้อง เหมือนท้องเสียที่ต้องถ่ายตลอดเวลาจนเหมดแรงไปเอง 8.เวลาถ่ายนั้นจะมีเลือดไหลออกมาทางทวารหนัก 9.จุดสังเกตนี้จะสามาดูได้อย่างชัดเจนก็คือสำหรับกับผู้หญิงนั้นก็คือหัวนมแดงบวมไม่เหมือนกับคนปกติ 10.การรับประทานอาหารนั้นก็มักจะไม่ย่อยกินเท่าไหร่ก็ไม่ถ่ายออกมา 11.เป็นอาการที่ผู้หญิงมักจะเป็นกันก็คือประจำเดือนมามากกว่าปกติเลือดไหลออกไม่หยุด 12.มีใบหน้าที่บวมแบบผิดปกติไม่เหมือนกับคนโดยปกติทั่วไป 13. มีเล็บที่เหลืองผิดปกติและมีกลิ่นเหมือนเหมือนคนเป็นเล็บขบ

Tiens diabetes17ในสังคมในตอนนี้นั้นมีผู้ป่วยหรือคนที่กำลังเป็นโรคที่ยังรู้ตัวและก็ยังไม่รู้ตัวเองอีกด้วยหลายคนซึ่งประชากรในประเทศไทยนั้นมีมากมายประมาณ  60-70 ล้านคน ได้ซึ่งถือว่าเยอะมากเลยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตามแต่ที่เราจะหยิบยกมาพูดกันในวันนี้นั้นก็คือ อาการเบื้องต้นของโรคเบาหวาน และวิธีการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น ซึ่งโรคเบาหวานนี้นั้นเกิดขึ้นได้ทุกเภททุกวัยชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าหวาน ก็ต้องเกี่ยวกับการกินอาหารหรือขนมหวาน ซึ่งที่มีจำนวนมากๆ และสะสมอยู่เรื่อยๆ จนเกินโรคเบาหวานขึ้นซึ่งอาการแบบนี้จะมีความดันที่สูงและก่อให้เกิดโรคอันตรายๆ ต่างๆ เกิดขึ้นมาใหม่ ก็ได้และอาจจะทำให้เสียชีวิตลงไปเลยซึ่งเราสามารถมองเห็นอาการเบื้องต้นของโรคร้ายนี่ได้โรคที่มีชื่อว่า เบาหวาน มีอยู่ด้วยกันหลักๆ แล้วประมาณ 10 จุด ให้Diabetes mellitusเราสังเกต 1.คือปวดปัสสาวะ เพราะว่าของเรานั้นในกระแสเลือดเวลาฉี่จะมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่าสารการขับฉี่ 2. ฉี่เวลากลางคืนบ่อยมากจนเกินไปถึงกับผิดปกติ 3.มีอาการหิวน้ำมากขึ้นกว่าเดิมและเวลากินน้ำก็ต้องกินเยอะกว่าเดิม 4. เกิดอาการหมดร่างง่ายร่างกายอ่อนเพลียเหมือนออกกำลังกายมาใหม่ๆ 5. มีการแบบว่าเบื่ออาหารกินอะไรไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ 6.จากคนปกติน้ำหนักจะเท่าเดิมแต่ถ้าหากเป็นโรคเบาหวานแล้วน้ำหนักตัวเองจะลดลงอย่างไม่ทรายสาเหตุทำนองว่าผิดปกติ 7.จุดนี้นั้นเป็นจุดที่สังเกตได้ง่ายเลยว่าคุณกำลังเป็นโรคเบาหวานนั่นก็คือ ติดเชื้อแบบผิดปกติอย่างเช่น ติดเชื้อทางผิวหนัง และมีอาการปวดท้องบ่อย 8.ในจุดนี้นั้นจะเป็นอาการทำนองว่าจากคนสายตาปกตินั้นก็จะกลายเป็นคนสายตาพร่ามัวมองไม่ชัดเหมือนคนสายตาสั้น 9.จะมีอาการชาตามจุดต่างๆ ก็เหมือนว่าเหมือนไปโรคเหน็บชา 10. จะมีอาการเจ็บปวดหัวใจและเหมือนจะเป็นลมตลาดเวลา